ถาม-ตอบ

1. ฟิล์มกรองแสง Hi-Kool รับประกัน 7 ปี ครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ?
รับประกัน 7 ปี @ hikoolหลังจากลูกค้าได้รับใบรับประกันคุณภาพฟิล์มกรองแสง Hi-Kool แล้ว บริษัทฯ  ขอรับประกันว่าฟิล์มกรองแสง Hi-Kool ที่ติดตั้งจะไม่แตกร้าว หลุดร่อน หรือเกิดฟองอากาศภายในระยะเวลาประกัน 7 ปี หากเกิดชำรุดเสียหายดังกล่าว ภายในระยะเวลาประกัน “ตัวแทนจำหน่ายผู้ติดตั้ง” จะซ่อมแซม หรือติดตั้งฟิล์มให้ใหม่ โดยภายใน 3 ปีแรกของการรับประกัน จะฟรีค่าแรงในการติดตั้ง แต่หลังจาก 3 ปี ลูกค้าจะเสียค่าแรงในการติดตั้งใหม่ บริษัทฯ จะรับผิดชอบเปลี่ยนฟิล์มตามจำนวนที่ชำรุด เสียหาย และรับผิดชอบในกรณีที่เกิดจากความบกพร่องของคุณภาพฟิล์มเท่านั้น

การรับประกันจะมีผลต่อเมื่อได้รับการกรอกข้อมูลครบถ้วน และจัดส่งใบรับประกันคืนมายังบริษัทฯ ภายใน 15 วันหลังติดตั้ง และ หากไม่มีใบรับประกัน การรับประกันถือเป็นโมฆะ 


ข้อยกเว้น
- ความเสียหายอันเกิดจากฟิล์มซึ้งได้รับการติดตั้งโดยช่างที่ไม่ชำนาญ ผู้จำหน่ายที่เป็น    ผู้ติดตั้งจะเป็นผู้รับชอบ
- ฟิล์มถูกกระทำให้เสียหายโดยเจตนา
- การใช้งานหรือการดูแลรักษาไม่ถูกต้อง
- ใบรับประกันสูญหาย
2. ช่วยแนะนำการเลือกติดฟิล์มกรองแสงหน่อยค่ะ ?
สิ่งที่ต้องคำนึงเป็นอันดับแรกคือ ต้องเลือกยี่ห้อและบริษัทผู้นำเข้าที่มีความน่าเชื่อถือ ฟิล์มต้องเป็นยี่ห้อที่รู้จักกันเป็นอย่างดี และมีจำหน่ายอยู่ในตลาดมานาน เพราะในวงการฟิล์มกรองแสงมีผู้นำฟิล์มเข้ามาจำหน่ายอยู่เรื่อยๆและตั้งชื่อ ใหม่ ๆ อยู่เป็นประจำ เมื่อจำหน่ายไม่ดีก็เปลี่ยนเป็นชื่ออื่นหรือปิดบริษัท ดังนั้นบริษัทที่จัดจำหน่ายฟิล์มมานานย่อมให้ความมั่นใจและเป็นหลักประกัน ได้ว่า สินค้าดีมีคุณภาพจริงถึงสามารถยืนหยัดอยู่ได้นาน เช่น บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด นำเข้าและจำหน่ายฟิล์มกรองแสง Hi-Kool มานานกว่า 29 ปี ถ้าฟิล์มไม่ดีจริง กันความร้อนไม่ดีจริง คงไม่สามารถยืนหยัด และเติบโตมาจนถึงปัจจุบันนี้
อันดับต่อมาคือ ต้องเลือกร้านติดตั้งที่มีช่างที่ชำนาญ ต้องเลือกร้านที่น่าเชื่อถือ เช่น มีหน้าร้านดูดี มีชื่อป้าย มีสินค้า มีช่างที่ชำนาญงาน ต่อจากนั้นต้องเลือกดูฟิล์มที่ตรงตามความต้องการของตน คือต้องดูว่าฟิล์มกันความร้อนมากน้อยแค่ไหน แสงผ่านเท่าไหร่ สะท้อนแสงมากหรือน้อย เป็นต้น

ซึ่งหลักๆ แล้วให้ดูค่า 4 ตัว ดังนี้ค่ะ

1.แสงส่องผ่าน : ยิ่งค่ามาก ฟิล์มจะยิ่งใส และมองเห็นห้องโดยสารชัดเจน
2.สะท้อนแสง : ยิ่งค่ามาก ฟิล์มจะยิ่งมีความเงาของโลหะ แต่ก็สามารถสะท้อนแสงแดดได้มากซึ่งทำให้กันความร้อนได้ดียิ่งขึ้น
3.กันรังสียูวี : ปกติฟิล์มคุณภาพดี ต้องกันรังสียูวี ได้ 99%
4.กันความร้อนจากแสงแดด : เป็นค่าที่จะตัดสินความสามารถในการกันความร้อนของฟิล์ม ยิ่งค่ายิ่งมาก ฟิล์มจะยิ่งกันความ ร้อนมาก ฟิล์มที่กันความร้อนได้ดีมากๆ เช่นฟิล์มกรองแสง Hi-Kool รุ่น R60 สามารถกันความร้อนได้มากถึง 84%

การเลือกฟิล์มนี้ปกติขึ้นอยู่กับอุปนิสัย อายุ รสนิยม และความรู้สึกของลูกค้า เช่น ลูกค้าที่เป็นวัยรุ่นโดยมากจะเลือกฟิล์มที่เข้ม หรือสะท้อนแสงมากหน่อย เพราะต้องการป้องกันความร้อนที่ดีและมีความเป็นส่วนตัว ส่วนลุกค้าที่เป็นผู้ใหญ่มักจะเลือกฟิล์มใส หรือฟิล์มที่ไม่เข้มเกินไป หรือ เงาเกินไป

ฟิล์มกรองแสง Hi-Kool มีสีให้เลือกมากกว่า 25 สี จึงสามารถสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกเพศทุกวัย

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกฟิล์มอีกอย่างคือต้องแน่ใจว่าฟิล์มที่เลือก นั้นเป็นของแท้ โดยฟิล์มกรองแสง Hi-Kool จะมีโลโก้ Hi-Kool พิมพ์อยู่บนเนื้อฟิล์ม (Print on Film) เพื่อแสดงว่าเป็น Hi-Kool ของแท้ รวมทั้งต้องมีใบรับประกันทุกครั้งหลังติดตั้ง
3. จะลบโลโก้ที่สกรีนยี่ห้อออก ต้องทำอย่างไรครับ ?
โดยปกติช่างที่ทำการติดตั้งมีจะมีนํ้ายาลบโลโก้อยู่แล้ว ถ้าลูกค้าไม่ต้องการโลโก้ สามารถบอกช่างให้ลบออกได้ทันที อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทฯ แนะนำว่าลูกค้าไม่ควรลบสกรีนโลโก้ที่กระจกทั้งหมด ควรเหลือไว้อย่างน้อยหนึ่งจุด เพื่อไว้ใช้ตรวจสอบความถูกต้องควบคู่กับใบรับประกัน สำหรับวิธีที่ง่ายที่สุดในการลบโลโก้ ให้ใช้น้ำยาล้างเล็บชุบสำลี แล้วเช็ดออก ให้เช็ดด้านในของตัวรถ เพราะฟิล์มจะติดตั้งอยู่ในตัวรถ หรือใช้น้ำยาล้างเล็บเช็ดออกก็ได้
4. วิธีการดูแลรักษากระจก หลังการติดตั้งฟิล์มกรองแสง
- ห้ามเลื่อนกระจกขึ้น-ลง เป็นระยะเวลา 7 วัน หลังการติดตั้งฟิล์ม

- ภายในระยะเวลา 3 อาทิตย์ หลังติดตั้งฟิล์ม ห้ามใช้น้ำล้างกระจก และห้ามเช็ด ถู ด้วย สก็อตไบท์ หรือวัสดุอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ฟิล์มได้ง่าย ควรใช้ผ้าขนหนู หรือฟองน้ำในการเช็ดล้างกระจก แล้วเช็ดให้แห้งด้วยผ้านิ่มๆ

- ห้ามเช็ดล้างด้วยน้ำยาล้างกระจก ที่มีส่วนผสมของสารแอมโมเนียโดยเด็ดขาด ควรใช้น้ำสะอาดอย่างเดียวเท่านั้น

- ภายหลังการติดตั้งหากกระจกมัว เป็นฝ้า หรือมีลักษณะคล้ายน้ำขังอยู่ อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1- 4 สัปดาห์

- ในกรณีที่จุดไข่ปลาตรงขอบกระจกนูนมาก ช่างจะไม่ติดฟิล์มทับจุดไข่ปลาตรงบริเวณของกระจกทั้งบานหน้าและบานหลัง เพราะการติดฟิล์มทับจุดไข่ปลาจะทำให้ฟิล์มไม่แนบสนิทและฟิล์มจะหลุดออกได้ง่าย

- หลังการติดตั้งฟิล์ม ถ้าสังเกตเห็นฟองอากาศ หรือฟิล์มหลุดที่มิใช่คราบน้ำขัง กรุณาติดต่อร้านหรือศูนย์ติดตั้งทันที เพื่อตรวจสอบและแก้ไข
5. Hi-Kool, Super-Kool, และ Ice ต่างกันอย่างไร ?
1. Hi-Kool ฟิล์มกรองแสงสำหรับผู้ที่เน้นเรื่องการกันความร้อนเป็นหลัก เป็นฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงเรียกว่า “สปัทเตอร์ฟิล์ม”(Sputter-Coated Metallized films) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยนำเอาโลหะชนิดต่างๆ มาเคลือบเป็นเนื้อเดียวกับฟิล์มทำให้ฟิล์ม มีความคงทน และกันความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังเหมาะสมกับงบประมาณ และมีสีให้เลือกถึง 25 สี

2. Super Hi-Kool เป็นฟิล์มกรองแสงที่เนื้อฟิล์มเคลือบด้วยโลหะพิเศษ เช่น ไทเทเนียม(Titanium), นิเกิล (Nickel) เป็นต้น พร้อมทั้งใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงและราคาแพง เน้นความสวยงาม เรียบเนียน หรูหรา และกันความร้อนได้ดีเช่นกัน ฟิล์มกรองแสง Super Hi-Kool ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต ซึ่งเทคโนโลยีนี้สามารถเคลือบโลหะที่มีคุณสมบัติกันความร้อนสูงได้หลายชั้น เป็นทวีคูณ ทำให้ได้ฟิล์มกรองแสงที่สามารถกันความร้อนได้ดีเยี่ยม สะท้อนแสงต่ำ เรียบเนียน และสีสันสวยงามมาก

3. ICE ฟิล์มกรองแสงสำหรับผู้ที่ชอบฟิล์มใสและขณะเดียวกันสามารถกันความร้อนได้ อย่างดีเยี่ยม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชอบฟิล์มใส เพื่อทัศนะวิสัยที่ดี และเผยความงามภายในของรถหรู โดยทั่วไปฟิล์มใสที่สามารถกันความร้อนได้ดีนั้น ถือเป็นสิ่งท้าทายของวงการฟิล์มกรองแสงทั่วโลก เพราะแสงแดดส่วนที่เรามองเห็นนั้น(Visible Light) มีพลังงานความร้อนอยู่ถึง 43 % การจะทำให้ฟิล์มใสนั้นกันความร้อนได้ดี ต้องอาศัยเทคโนโลยีชั้นสูง จึงจะสามารถกันความร้อน และสะท้อนความร้อนได้ดี และฟิล์มต้องไม่ดูดความร้อนกักเก็บไว้ที่เนื้อฟิล์มมากเกินไ

เหตุผลที่ติดแล้วร้อนเป็นเพราะฟิล์มกักเก็บความร้อนไว้ที่เนื้อฟิล์มและสะท้อนออกไปน้อย อีกทั้งยังลดรังสีอินฟราเรดได้ต่ำ

ซึ่งฟิล์มกรองแสง Ice ใช้เทคโนโลยีในการผลิตขั้นสูงโดยการร่วมมือกันระหว่างโรงงานที่ดีที่สุด ในอเมริกา ซึ่งใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดของ Dupont กับทีมคิดค้นจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้ ฟิล์มกรองแสงICE สามารถกันความร้อนรวมได้สูงถึง 60% ในขณะที่แสงส่องผ่าน 61% ซึ่งถือว่ากันความร้อนได้มากที่สุดในฟิล์มใสที่แสงส่องผ่านใกล้เคียงกัน นอกจากนั้นยังสามารถลดรังสีอินฟราเรดได้ถึง 97% และลดรังสียูวีได้ 99.99%
6. เราจะสังเกตได้อย่างไรว่าฟิล์มไหนเป็นฟิล์ม Hi-Kool ของแท้ ?

ฟิล์ม Hi-Kool ของแท้จะต้องมีลักษณะสังเกตุดังนี้

1. จะต้องมีสกรีนโลโก้ Hi-Kool พร้อมรหัสรุ่น อยู่บนเนื้อฟิล์ม (print on film)
2. จะต้องได้รับใบรับประกันจากตัวแทนจำหน่ายของ Hi-Kool
3. หมึกสกรีนจะไม่สามารถลบออกได้โดยง่าย ต้องใช้น้ำยาทางเคมีเท่านั้นถึงสามารถลบได้
7. วิธีการเลือกสีฟิล์ม ให้เข้ากับรถของคุณ ต้องเลือกอย่างไร ?
คุณสามารถทดลองเปรียบเทียบสีฟิล์มกับสีรถของท่านได้ที่เมนู ทดสอบสีฟิล์ม ในเว็บไซด์ Hi-Kool

รถสีขาว : เลือกสีได้ทุกสีตามความพอใจเพราะรถสีขาวเข้าได้กับทุกสี
: ความเข้มของฟิล์มตั้งแต่ อ่อน – เข้ม

*ถ้าเป็นเทรนที่วัยรุ่นกำลังชอบ รถสีขาวจะเข้ากับฟิล์มสีดำสนิท ปรอทน้อย ซึ่ง
Hi-Kool R90 สามารถตอบสนองความต้องการได้เป็นอย่างดี และกันความร้อนสูงถึง 72% แต่ไม่แนะนำให้ติดบานหน้า
เพราะอาจรบกวนวิสัยทัศน์ในการขับขี่ยามค่ำคืน

รถสีบรอนด์เงิน : แนะนำฟิล์มโทนฟ้า/เขียวอ่อน, หรือสีควันเทา
: ความเข้มของฟิล์ม -ปานกลาง

รถสีดำ,เทา,น้ำตาล : แนะนำโทนควันเทา
: ความเข้มของฟิล์ม -ปานกลาง

รถสีบรอนด์ทอง : แนะนำโทนควันอ่อน, เขียวอ่อน, ทองอ่อน
: ความเข้มของฟิล์มตั้งแต่ใส – ปานกลาง

รถสีฉูดฉาด เช่น แดง, เหลือง, เขียว : แนะนำโทนควันอ่อนๆ, เขียวอ่อนๆ
: ความเข้มของฟิล์มแนะนำเป็นฟิล์มใส-ปานกลางเพราะจะเข้า
กับสีฉูดฉาดได้ง่ายกว่า แต่หากต้องการความเป็นส่วนตัวหรือ
เป็นรถสปอร์ต ก็ติดฟิล์มเข้มสีดำได้ตามความพอใจ

ทั้งนี้การตัดสินใจขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลด้วยค่ะ
8. ฟิล์มรุ่นไหนบ้างที่ไม่บล็อกสัญญาณ GPS?
ฟิล์มกรองแสงรุ่นที่ระบุด้านล่างนี้ ได้ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่กีดกั้นสัญญาณ GPS และเหมาะสำหรับ ติดกระจกรถบานหน้าค่ะ

ฟิล์มกรองแสง Hi-Kool 
  1. R-Series (Magic Green) : R10HC, R34HC, R50HC
  2. R-Series (Light Blue) : R31HC, R40HC, R45HC
  3. R-Series (Silver Grey) : R10HC, R22HC, R25HC, R26HC, R30HC, R32HC, R64HC, R65HC, R70HC
  4. Modern Series : MO5HC, MO10HC, MO15HC, MO25HC, MO35HC
  5. Black Carbon Series : BC05, BC10, BC15, BC25, BC35 
  6. Innovative Series : IN05,IN15,IN20,IN35, IN40
  7. Max Series : MX05, MX20, MX35, MXR20, MXR30
ฟิล์มกรองแสง Super Hi-Kool         
  1. Hybrid Series : HB20, HB30, HB35, HB40
  2. Carbon Ceramic Series : CC35, CC20, CC05
  3. Supreme Series : RR30, RR20, RR15
อย่างไรก็ตาม การับสัญญาณ GPS จะแรงหรืออ่อนก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพและคุณภาพของเครื่องนำร่อง (Navigator) ด้วย รวมทังจุดตำแหน่งที่รถวิ่งผ่านด้วย เช่นถ้ากำลังวิ่งใต้ทางด่วนหรือวิ่งลอดอุโมงค์ การรับสัญญาณก็จะอ่อนลง หรือ อาจขาดหายไปชั่วขณะก็เป็นได้
9. คราบน้ำที่เกิดขึ้นหลังการติดตั้งฟิล์มกรองแสง มีลักษณะน้ำขังอยู่จะหายไปหรือไม่ ?
ปกติหลังจากติดตั้งฟิล์มกรองแสง จะมีคราบนํ้าอยู่ และหายไปเองภายในเวลา 1-4 อาทิตย์ ทั้งนี้คราบนํ้าจะหายไปเร็วขึ้นนั้นขึ้นอยู่กับว่า ฟิล์มโดนแดดมากน้อยเพียงใด หากรถขับบ่อยได้โดนแสงแดดมาก ฟิล์มแห้งเร็ว คราบน้ำนั้นก็จะหายเร็วขึ้น แต่ถ้าฝนตกบ่อย รถอยู่แต่ในที่ร่มไม่ได้โดนแดดคราบน้ำนั้นก็จะหายช้า แต่สุดท้ายคราบนํ้าที่เกิดขึ้นหลังการติดตั้งก็จะหายไปจนหมด
นอกจากนี้ฟิล์มที่ผลิตด้วยวิธีสปัทเตอร์ริ่ง (Sputtering) หลังการติดตั้งอาจเกิดฝ้าได้ เพราะการเรียงตัวของโลหะที่เคลือบบนฟิล์มหนาแน่นมาก จึงทำให้นํ้าระเหย
ออกไปได้ช้า แต่จะแห้งไปภายใน 1-4 อาทิตย์
10. ติดฟิล์มกรองแสงเข้มมาก จะโดนตำรวจจับหรือไม่ ?
กฎหมายที่เกี่ยวกับฟิล์มกรองแสงถูกประกาศยกเลิกไปทั้งแต่ปี 2543 ปัจจุบันมีแต่พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 12 ว่าด้วย “ เรื่องของส่วนควบที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่น เช่น ระบุว่า กระจกบานหน้า สามารถติดฟิล์มกรองแสง หรือ สติกเกอร์ เพื่อป้องกันแสงแดดได้ไม่เกิน 1 ส่วน 4 ของกระจก แต่เนื่องจากเมืองไทยเป็นเมืองร้อน ทางเจ้าหน้าที่จึงอนุโลมให้ติดตั้งฟิล์มกรองแสงบานหน้าแบบเต็มบานได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ก็จะใช้ดุลพินิจได้ เช่น ไม่ให้ติดฟิล์มกรองแสงบานหน้าทึบเกินไป หรือ สะท้อนมากเกินไป จนไปรบกวนสายตาผู้อื่น”

แม้ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมาย ควบคุมความเข้มของฟิล์ม หรือ ความเงาของฟิล์ม แต่เจ้าของรถควรคำนึงถึงความปลอดภัยในการขับขี่ เช่น ฟิล์มสำหรับบานหน้าไม่ควรมืดทึบและสะท้อนแสงมากเกินไป โดยปกติ ค่าสะท้อนแสงไม่ควรเกิน 20% สำหรับบานหน้า ส่วนกระจกบานข้างและบานหลังควรมีค่าสะท้อนแสงไม่เกิน 30% ซึ่งถ้าฟิล์มมีเงาสะท้อนมากเกินไป จนไปรบกวนสายตาของผู้ขับขี่ผู้อื่น เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถอ้างกฎหมาย มาตรา 12 ว่าด้วยส่วนควบที่เป็นอันตรายมาใช้ได้
11. ทำไมฟิล์มที่ติดแล้ว มองเห็นเป็นสีรุ้ง หรือมีสีเหมือนคราบน้ำมัน เวลาจอดรถในห้าง ?
สีที่มองเห็นเหมือนสีรุ้งนั้น เกิดจากการสะท้อนแสงของโลหะชนิดพิเศษที่เคลือบอยู่ในฟิล์ม ซึ่งมีคุณสมบัติกันความร้อนได้สูง ทางวงการวิทยาศาสตร์เรียกกว่า “Iridescence” หรือ “Rainbow effect” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ จากการทดสอบของผู้ผลิต สีรุ้งนี้จะเกิดขึ้นได้เฉพาะกับแสงจากหลอดประหยัดไฟเท่านั้น ซึ่งมีคลื่นแสงที่สั้นมาก เช่น หลอดประหยัดไฟสีเหลืองที่ติดตามอาคารจอดรถในห้างต่างๆ เป็นต้น สีรุ้งนี้จะไม่เกิดขึ้นเมื่ออยู่กลางแสงแดด หรือเกิดน้อยมากจนสังเกตไม่เห็น เพราะแสงแดดมีคลื่นแสงที่ยาวกว่า เพราะฉะนั้นเวลาขับรถในเวลากลางวันจะไม่ปรากฏว่ามีสีรุ้งเกิดขึ้นเลย จึงไม่เป็นปัญหาใดๆ กับผู้ขับขี่
12. ติดฟิล์มกรองแสง Hi-Kool แล้วสามารถใช้ Easy Pass ได้หรือไม่ ?
ฟิล์มกรองแสงรุ่นที่ระบุด้านล่างนี้ ได้ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่กีดกั้นสัญญาณ Easy Pass

ฟิล์มกรองแสง Hi-Kool 
  1. R-Series (Magic Green) : R10HC, R34HC, R50HC
  2. R-Series (Light Blue) : R31HC, R40HC, R45HC
  3. R-Series (Silver Grey) : R10HC, R22HC, R25HC, R26HC, R32HC, R64HC, R65HC, R70HC
  4. Modern Series : MO5HC, MO10HC, MO15HC, MO25HC, MO35HC
  5. Black Carbon Series : BC05, BC10, BC15, BC25, BC35 
  6. Innovative Series : IN05,IN15,IN20,IN35, IN40
  7. Max Series : MX05, MX20, MX35, MXR20, MXR30
ฟิล์มกรองแสง Super Hi-Kool         
  1. Hybrid Series : HB20, HB30, HB35, HB40
  2. Carbon Ceramic Series : CC35, CC20, CC05
  3. Supreme Series : RR30, RR20, RR15
ซึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อฟิล์มกรองแสงในการรับสัญญาณ Easy Pass นั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณและชนิดของโลหะที่เคลือบอยู่ ความหนาแน่นของโลหะ และกรรมวิธี
การผลิต คือ ถ้าฟิล์มกรองแสงมีความเข้มข้นของโลหะสูง จะทำให้ความสามารถในการรับสัญญาณ Easy Pass น้อยลง