IR คืออะไร? ดูค่ากันความร้อนฟิล์มอย่างไร ไม่ให้เข้าใจผิด

5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

IR คืออะไร

IR คืออะไร? ดูค่ากันความร้อนฟิล์มอย่างไร ไม่ให้เข้าใจผิด

IR คืออะไร? ในสเปกฟิล์มกรองแสง IR หรือ IR Rejection เป็นค่าที่ใช้บอกความสามารถของฟิล์มในการปฏิเสธรังสีอินฟราเรด โดยมักแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น IR 90%, 95% หรือ 97%

ค่า IR จึงเป็นหนึ่งในตัวเลขสำคัญที่ใช้เปรียบเทียบฟิล์มกันความร้อน แต่ ไม่ควรใช้ IR เพียงค่าเดียวในการตัดสินว่าฟิล์มรุ่นไหนกันความร้อนได้ดีกว่า เพราะยังมีค่าอื่นที่ควรพิจารณาร่วมด้วย โดยเฉพาะ TSER รวมถึงเทคโนโลยีของฟิล์มแต่ละรุ่น

IR ย่อมาจากอะไร?

IR ย่อมาจาก Infrared ส่วนคำว่า IR Rejection ใช้สำหรับบอกประสิทธิภาพในการปฏิเสธรังสีอินฟราเรดของฟิล์มกรองแสง

ตัวเลขมักแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น

  • IR 90%
  • IR 95%
  • IR 97%

โดยทั่วไปเมื่อดูสเปกของฟิล์ม ตัวเลข IR ที่สูงจะแสดงถึงความสามารถด้านการปฏิเสธรังสีอินฟราเรดที่สูงขึ้นในสเปกของผลิตภัณฑ์นั้น

อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจเลือกฟิล์มควรดูค่าประสิทธิภาพอื่นประกอบด้วย ไม่ควรเปรียบเทียบจากตัวเลข IR เพียงตัวเดียว

IR Rejection คืออะไร?

IR Rejection เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดประสิทธิภาพของฟิล์มกรองแสงที่ผู้ซื้อรถมักพบในตารางสเปกสินค้า

ตัวอย่างเช่น หากฟิล์มรุ่นหนึ่งระบุ IR 97% หมายความว่าสเปกของฟิล์มรุ่นนั้นระบุค่าการปฏิเสธรังสีอินฟราเรดไว้ที่ 97%

แต่สิ่งสำคัญคือ ค่า IR ไม่ได้มีหน้าที่อธิบายประสิทธิภาพด้านความร้อนทั้งหมดของฟิล์มเพียงค่าเดียว ดังนั้นจึงควรดูค่า TSER และเทคโนโลยีของฟิล์มร่วมด้วย

IR สูง แปลว่าฟิล์มกันร้อนดีที่สุดหรือไม่?

ไม่ควรสรุปจากค่า IR เพียงอย่างเดียว

เวลาพิจารณาฟิล์มกันความร้อน ควรดูหลายองค์ประกอบร่วมกัน เช่น

  • IR ค่าการปฏิเสธรังสีอินฟราเรด
  • TSER ค่าการปฏิเสธพลังงานแสงอาทิตย์โดยรวม
  • UV ค่าการป้องกันรังสี UV
  • VLT ปริมาณแสงที่สามารถผ่านฟิล์ม
  • เทคโนโลยีของฟิล์ม เช่น Nano Ceramic
  • ระดับความเข้ม ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน

ดังนั้น ถ้าฟิล์มสองรุ่นมีค่า IR ใกล้เคียงกัน ก็ยังไม่ควรรีบสรุปว่ามีประสิทธิภาพด้านความร้อนเท่ากันทั้งหมด ควรดูค่าอื่นประกอบก่อนตัดสินใจ

IR กับ TSER ต่างกันอย่างไร?

IR และ TSER เป็นค่าที่เกี่ยวข้องกับการประเมินฟิล์มกันความร้อน แต่ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกัน

ค่าใช้ดูอะไรควรใช้ตัดสินอย่างไร
IRการปฏิเสธรังสีอินฟราเรดใช้เป็นหนึ่งในค่าประกอบการเลือกฟิล์ม
TSERการปฏิเสธพลังงานแสงอาทิตย์โดยรวมควรดูร่วมกับ IR เพื่อประเมินด้านความร้อนให้ครบขึ้น
UVการป้องกันรังสี UVใช้ดูคุณสมบัติด้านการลดการสัมผัสรังสี UV
VLTปริมาณแสงที่ผ่านฟิล์มเกี่ยวข้องกับความสว่างและการมองผ่านฟิล์ม

ถ้าต้องการเข้าใจค่า TSER เพิ่มเติม สามารถอ่านบทความ TSER คืออะไร? วิธีดูค่ากันความร้อนฟิล์มกรองแสง

ทำไมไม่ควรเลือกฟิล์มจากค่า IR อย่างเดียว?

ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยเวลาคนเลือกฟิล์มรถยนต์ คือการเห็นค่า IR สูงแล้วตัดสินทันทีว่าฟิล์มนั้นกันความร้อนได้ดีที่สุด

วิธีเลือกที่เหมาะสมกว่าคือดูว่า ภาพรวมของสเปกตอบโจทย์การใช้งานหรือไม่

ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้คนหนึ่งอาจต้องการฟิล์มที่เน้นประสิทธิภาพด้านความร้อน ขณะที่อีกคนให้ความสำคัญกับทัศนวิสัยในการขับกลางคืนมากกว่า ดังนั้นนอกจาก IR แล้ว อาจต้องพิจารณา TSER, VLT, ระดับความเข้ม และเทคโนโลยีของฟิล์มร่วมกัน

วิธีอ่านสเปกฟิล์มกรองแสงก่อนซื้อ

เมื่อเห็นตารางสเปกฟิล์ม แนะนำให้ดูข้อมูลตามลำดับดังนี้

1. ดูค่า IR

ใช้ดูประสิทธิภาพด้านการปฏิเสธรังสีอินฟราเรดของฟิล์มรุ่นนั้น

2. ดูค่า TSER

ใช้ประกอบการพิจารณาประสิทธิภาพในการปฏิเสธพลังงานแสงอาทิตย์โดยรวม และไม่ควรข้ามค่านี้เมื่อต้องการเปรียบเทียบด้านความร้อน

3. ดูค่า VLT

ค่า VLT หรือค่าการส่องผ่านของแสง ช่วยให้เข้าใจว่าฟิล์มแต่ละรุ่นเปิดให้แสงผ่านมากน้อยเพียงใด ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสว่างและการมองผ่านฟิล์ม

4. ดูค่า UV

ใช้สำหรับพิจารณาความสามารถในการช่วยลดการสัมผัสรังสี UV

5. ดูเทคโนโลยีของฟิล์ม

ฟิล์มแต่ละรุ่นอาจใช้เทคโนโลยีแตกต่างกัน เช่น ฟิล์มเซรามิค หรือ Nano Ceramic ดังนั้นควรอ่านรายละเอียดผลิตภัณฑ์ร่วมกับตัวเลขในตารางสเปก

6. ดูการใช้งานจริงของตัวเอง

เช่น ขับรถกลางวันเป็นหลัก ขับกลางคืนบ่อย ใช้รถทางไกล หรือใช้รถ EV ซึ่งอาจทำให้เกณฑ์ในการเลือกฟิล์มแตกต่างกัน

ตัวอย่างค่า IR ของ Super Hi-Kool FIRST CLASS

Super Hi-Kool FIRST CLASS ใช้เทคโนโลยี Nano Ceramic พร้อมสารพิเศษและชั้นสะท้อนความร้อนที่ช่วยลดการอมความร้อน (Heat Absorption)

ในภาพรวม FIRST CLASS มีค่า IR สูงสุด 97%, TSER สูงสุด 74% และ UV 99% แต่ค่าจริงแตกต่างกันตามรหัสฟิล์ม

รหัสความเข้มแสงส่องผ่านIRTSERUV
FC3040%26%96%67%99%
FC2060%19%96%69%99%
FC1860%18%96%69%99%
FC1570%13%97%71%99%
FC0580%4%97%74%99%

จากตารางจะเห็นได้ว่า แม้ FC15 และ FC05 จะมีค่า IR เท่ากันที่ 97% แต่ค่า TSER แตกต่างกัน โดย FC15 มี TSER 71% และ FC05 มี TSER 74%

ตัวอย่างนี้ช่วยให้เห็นชัดว่า การดูค่า IR เพียงค่าเดียวไม่เพียงพอสำหรับการเปรียบเทียบสเปกฟิล์มทั้งหมด

สามารถอ่านรายละเอียดด้านประสิทธิภาพเพิ่มเติมได้ที่ ฟิล์ม First Class กันร้อนแค่ไหน? เจาะเทคโนโลยี IR 97% TSER 74%

IR สูงแต่ฟิล์มใสได้หรือไม่?

เมื่อเลือกฟิล์ม ไม่ควรนำค่า IR ไปเท่ากับระดับความเข้มโดยตรง เพราะ IR และค่าการส่องผ่านของแสงเป็นคนละข้อมูลในตารางสเปก

ตัวอย่าง FIRST CLASS รุ่น FC30 มีแสงส่องผ่าน 26% และ IR 96% ขณะที่ FC05 มีแสงส่องผ่าน 4% และ IR 97%

ดังนั้นควรแยกคำถามออกเป็นสองส่วน คือ

  • ต้องการประสิทธิภาพด้านความร้อนระดับไหน
  • ต้องการความสว่างหรือความเข้มระดับไหน

จากนั้นจึงนำ IR, TSER และค่าการส่องผ่านของแสงมาพิจารณาร่วมกัน

ค่า IR เท่าไรถึงจะดี?

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ควรใช้เป็นคำตอบสำหรับฟิล์มทุกประเภท เพราะการเลือกฟิล์มควรดูภาพรวมของผลิตภัณฑ์มากกว่าตั้งเกณฑ์จาก IR เพียงค่าเดียว

แทนที่จะถามว่า IR ต้องกี่เปอร์เซ็นต์ถึงดี ควรถามเพิ่มเติมว่า

  • TSER ของฟิล์มเท่าไร
  • ใช้เทคโนโลยีอะไร
  • ค่า VLT เหมาะกับการใช้งานหรือไม่
  • ความเข้มเหมาะกับตำแหน่งกระจกหรือไม่
  • มีการรับประกันและข้อมูลผลิตภัณฑ์ชัดเจนหรือไม่

วิธีนี้ช่วยให้เปรียบเทียบฟิล์มแต่ละรุ่นได้ครบมากกว่าการไล่หาตัวเลข IR ที่สูงที่สุดเพียงอย่างเดียว

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่า IR

IR คืออะไรในฟิล์มกรองแสง?

IR หรือ Infrared เป็นค่าที่ใช้ในสเปกฟิล์มเพื่อแสดงความสามารถด้านการปฏิเสธรังสีอินฟราเรด โดยมักแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์

IR Rejection ยิ่งสูงยิ่งดีไหม?

ค่า IR ที่สูงเป็นข้อมูลหนึ่งที่ใช้ประกอบการเลือกฟิล์ม แต่ไม่ควรใช้เพียงค่าเดียวในการตัดสินว่าฟิล์มกันความร้อนได้ดีที่สุด ควรดู TSER และสเปกอื่นร่วมด้วย

IR กับ TSER ต่างกันอย่างไร?

IR ใช้ดูการปฏิเสธรังสีอินฟราเรด ขณะที่ TSER ใช้ดูการปฏิเสธพลังงานแสงอาทิตย์โดยรวม จึงควรพิจารณาทั้งสองค่าร่วมกัน

IR สูงหมายความว่าฟิล์มต้องเข้มหรือไม่?

ไม่ควรนำ IR ไปเท่ากับความเข้มของฟิล์ม เพราะค่า IR และค่าการส่องผ่านของแสงเป็นคนละข้อมูล ควรดู VLT หรือข้อมูลการส่องผ่านของแสงประกอบ

FIRST CLASS มี IR เท่าไร?

Super Hi-Kool FIRST CLASS มี IR สูงสุด 97% โดย FC30, FC20 และ FC18 มี IR 96% ส่วน FC15 และ FC05 มี IR 97%

FIRST CLASS ทุกความเข้มกันร้อนเท่ากันหรือไม่?

ไม่ควรสรุปว่าทุกความเข้มมีประสิทธิภาพเท่ากัน เพราะแต่ละรหัสมีค่า TSER แตกต่างกัน เช่น FC30 มี TSER 67%, FC15 มี TSER 71% และ FC05 มี TSER 74%

สรุป IR คืออะไร และควรดูอย่างไร?

IR เป็นหนึ่งในค่าที่สำคัญในการอ่านสเปกฟิล์มกรองแสง แต่ไม่ใช่ตัวเลขเดียวที่ใช้บอกประสิทธิภาพของฟิล์มทั้งหมด

ก่อนเลือกฟิล์มควรดูทั้ง IR, TSER, UV, VLT, ระดับความเข้ม และเทคโนโลยีของฟิล์ม ร่วมกัน เพื่อให้ได้ฟิล์มที่เหมาะกับรูปแบบการใช้งานจริง

โดยเฉพาะหากเป้าหมายหลักคือการเลือกฟิล์มกันความร้อน อย่าดูเพียงคำว่า IR สูง แต่ควรตรวจสอบค่า TSER และรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ร่วมด้วยทุกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้