ออกรถใหม่ ควรติดฟิล์มอะไรดี? 7 เรื่องต้องเช็กก่อนรับรถ และ First Class เหมาะไหม
ออกรถใหม่ ควรติดฟิล์มอะไรดี? คำตอบไม่ควรเริ่มจากการถามเพียงว่า เอา 40%, 60% หรือ 80% ดี แต่ควรเริ่มจากการดูรถคันจริงก่อนว่า กระจกแต่ละตำแหน่งเป็นแบบไหน ใช้รถกลางวันหรือกลางคืนมากกว่า รถมี Privacy Glass หรือ Panoramic Roof หรือไม่ และฟิล์มที่ศูนย์แถมมาให้มีสเปกอะไร
เพราะรถใหม่ในปัจจุบันไม่ได้มีรูปแบบกระจกเหมือนกันทุกคัน รถบางรุ่นมีกระจกบานหน้าขนาดใหญ่ บางรุ่นมีกระจกด้านหลังสีเข้มจากโรงงาน บางรุ่นเป็นรถ EV ที่มีหลังคากระจกเต็มบาน และบางรุ่นมีพื้นที่กระจกมากกว่ารถทั่วไปอย่างชัดเจน
ดังนั้น การเลือกฟิล์มรถใหม่ที่เหมาะสมควรเป็นการ จัดฟิล์มให้เข้ากับรถและพฤติกรรมการใช้รถ มากกว่าการเลือกสูตรเดียวแล้วติดเหมือนกันทั้งคัน
สำหรับผู้ที่ต้องการฟิล์มระดับพรีเมียม Super Hi-Kool FIRST CLASS เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ควรนำมาเปรียบเทียบ เพราะใช้เทคโนโลยี Nano Ceramic พร้อมสารพิเศษและชั้นสะท้อนความร้อนที่ช่วยลดการอมความร้อน มี IR สูงสุด 97%, TSER สูงสุด 74%, UV 99%, รองรับ GPS และ Easy Pass ตามเงื่อนไขผลิตภัณฑ์ และรับประกันคุณภาพ 8 ปีตามเงื่อนไข
ก่อนถึงวันรับรถ ลองเช็ก 7 เรื่องต่อไปนี้ก่อนตัดสินใจว่าควรรับฟิล์มแถมจากศูนย์ หรือเลือกฟิล์มด้วยตัวเอง

1. ก่อนรับรถ อย่าเพิ่งตอบตกลงฟิล์มแถมจนกว่าจะรู้ว่าได้รุ่นอะไร
รถใหม่จำนวนมากมาพร้อมแพ็กเกจของแถม เช่น ฟิล์มกรองแสง ประกันภัย กล้อง หรืออุปกรณ์ตกแต่งอื่น ๆ สิ่งที่เจ้าของรถควรทำคือแยกคำว่า ได้ฟิล์มฟรี ออกจากคำว่า ฟิล์มที่ได้เหมาะกับการใช้งานหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธฟิล์มแถมจากศูนย์ทันที เพราะบางแพ็กเกจอาจให้ฟิล์มรุ่นที่ตอบโจทย์อยู่แล้ว แต่ควรถามข้อมูลให้ครบก่อนอนุญาตให้ติดตั้ง
อย่างน้อยควรถามว่า
- ฟิล์มยี่ห้ออะไร
- รุ่นอะไร
- ใช้เทคโนโลยีอะไร
- บานหน้าติดรหัสไหน
- รอบคันติดรหัสไหน
- ค่า IR เท่าไร
- ค่า TSER เท่าไร
- ค่าการส่องผ่านของแสงเท่าไร
- รับประกันกี่ปี
- สามารถเปลี่ยนรุ่นหรือเพิ่มส่วนต่างได้หรือไม่
หากเซลส์แจ้งได้เพียงว่า ฟิล์ม 60% หรือ ฟิล์มเซรามิค แต่ไม่ทราบรุ่นและสเปก ก็ควรขอรายละเอียดเพิ่มก่อน
เหตุผลคือฟิล์มที่เรียกว่าความเข้ม 60% เหมือนกันสามารถมีเทคโนโลยีและประสิทธิภาพต่างกันได้มาก การทราบรุ่นจริงทำให้สามารถเปรียบเทียบกับ FIRST CLASS หรือฟิล์มรุ่นอื่นได้อย่างเป็นธรรม
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฟิล์มแถมศูนย์ดีไหม? ต่างจากฟิล์มพรีเมียมอย่างไร
2. ดูกระจกจริงของรถก่อนเลือกความเข้ม
หนึ่งในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นง่ายกับรถใหม่คือ เลือกความเข้มของฟิล์มจากสูตรที่เคยใช้กับรถคันเก่าโดยไม่ดูว่ากระจกของรถคันใหม่เป็นแบบไหน
รถสองคันที่ติดฟิล์มรหัสเดียวกันไม่ได้หมายความว่าจะให้ความรู้สึกเหมือนกันเสมอ เพราะกระจกเดิมสามารถมีสีและค่าการส่องผ่านแตกต่างกัน
โดยเฉพาะรถ SUV, MPV และ EV รุ่นใหม่จำนวนมากที่มีกระจกด้านหลังแบบ Privacy Glass จากโรงงาน
ถ้ากระจกเดิมเข้มอยู่แล้ว แล้วติดฟิล์มเข้มมากเพิ่มเข้าไปอีก ผลลัพธ์โดยรวมอาจมืดกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
ก่อนรับรถจึงควรดูให้ครบว่า
- บานหน้าเป็นกระจกใสหรือมีสี
- ประตูหน้ากับประตูหลังมีความเข้มเท่ากันหรือไม่
- กระจกหลังเป็น Privacy Glass หรือไม่
- หลังคากระจกมี Tint จากโรงงานหรือไม่
หากรถมี Privacy Glass อยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่าไม่ควรติดฟิล์มเพิ่ม แต่ควรเปลี่ยนโจทย์จาก ทำให้ดำขึ้น เป็น ต้องการคุณสมบัติอะไรเพิ่มจากกระจกเดิม เช่น ประสิทธิภาพด้านความร้อนหรือ UV
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Privacy Glass ต้องติดฟิล์มเพิ่มไหม? เช็กก่อนติด First Class
3. บานหน้ากับรอบคัน ไม่จำเป็นต้องติดความเข้มเท่ากัน
การซื้อรถใหม่เป็นโอกาสที่ดีในการจัดชุดฟิล์มตามตำแหน่งกระจก แทนการใช้สูตรเดียวทั้งคัน
กระจกบานหน้ามีหน้าที่หลักในการมองถนน จึงควรให้ความสำคัญกับทัศนวิสัยมากกว่าความเป็นส่วนตัว
กระจกด้านข้างและด้านหลังสามารถเพิ่มความเข้มมากขึ้นได้ หากเจ้าของรถต้องการลดแสงหรือเพิ่ม Privacy โดยยังต้องคำนึงถึงการมองกระจกข้างและการถอยรถตอนกลางคืน
หลักคิดง่าย ๆ คือ
| ตำแหน่ง | สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ | สิ่งที่ไม่ควรทำ |
|---|---|---|
| บานหน้า | ทัศนวิสัย + ความร้อน | เลือกเข้มที่สุดเพียงเพราะต้องการกันร้อน |
| ประตูหน้า | ความร้อน + การมองกระจกข้าง | เลือกมืดจนมองด้านข้างลำบาก |
| ประตูหลัง | Privacy + ความร้อน | ลืมตรวจ Privacy Glass เดิม |
| กระจกหลัง | Privacy + การมองด้านหลัง | ดูแต่ความเข้มจากภายนอก |
| หลังคากระจก | สเปกกระจกเดิม + ความร้อน | ใช้สูตรเดียวกับกระจกด้านข้างโดยไม่ตรวจรถ |
การจัดชุดแบบนี้ช่วยให้รถใหม่ได้ทั้งความสบาย ความเป็นส่วนตัว และทัศนวิสัยมากกว่าการเลือกความเข้มสูงสุดในทุกตำแหน่ง

4. ถ้าขับรถกลางคืนบ่อย ต้องเลือกฟิล์มตั้งแต่วันรับรถให้เหมาะ
หลายคนรับรถใหม่ช่วงกลางวัน ทดลองฟิล์มในโชว์รูมที่มีแสงสว่าง แล้วรู้สึกว่าความเข้มที่เลือกกำลังดี
แต่เมื่อขับจริงช่วงกลางคืน อาจพบว่าบานหน้าหรือกระจกด้านข้างมืดกว่าที่คาด โดยเฉพาะถนนที่มีแสงน้อย
ก่อนเลือกรหัสจึงควรถามตัวเองว่า
- กลับบ้านกลางคืนเป็นประจำหรือไม่
- เดินทางต่างจังหวัดบ่อยหรือไม่
- ใช้เส้นทางที่ไม่มีไฟถนนหรือไม่
- ต้องจอดรถในอาคารที่ค่อนข้างมืดหรือไม่
- สายตาของผู้ขับคุ้นกับฟิล์มเข้มระดับใด
หากใช้งานกลางคืนมาก บานหน้าควรเลือกให้สว่างและมองสบายก่อน แล้วค่อยเพิ่ม Privacy ที่กระจกด้านข้างหรือด้านหลัง
คำว่า ข้างนอกมืด ข้างในมองชัด ก็ต้องดูสภาพแสงประกอบ เพราะไม่มีฟิล์มที่สร้าง Privacy ทางเดียวแบบเดียวกันตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน
สามารถอ่านต่อได้ที่ ฟิล์มข้างนอกมืด ข้างในมองชัด เลือกแบบไหนดี? First Class เหมาะไหม

5. ถ้าออกรถ EV ต้องดูหลังคากระจกและระบบในรถเพิ่ม
รถ EV ทำให้การเลือกฟิล์มมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น เพราะรถหลายรุ่นมีกระจกพื้นที่มาก และบางรุ่นมี Panoramic Roof ขนาดใหญ่
สิ่งที่ควรเช็กก่อนวันรับรถ ได้แก่
- หลังคากระจกมีคุณสมบัติอะไรจากโรงงาน
- สามารถติดฟิล์มเพิ่มได้หรือไม่
- มี Privacy Glass บริเวณใด
- ต้องการใช้งาน GPS และ Easy Pass อย่างไร
- ขับกลางวันหรือกลางคืนมากกว่า
อย่าใช้สูตรว่า รถ EV ต้องติด 80% รอบคัน เพราะรถแต่ละรุ่นและผู้ใช้แต่ละคนมีเงื่อนไขต่างกัน
สำหรับ FIRST CLASS ระบุรองรับ GPS และ Easy Pass ตามเงื่อนไขผลิตภัณฑ์ และมีหลายระดับความเข้มให้จัดชุดตามตำแหน่งกระจกได้
หากกำลังออกรถไฟฟ้า สามารถอ่านคู่มือแบบละเอียดได้ที่ รถ EV ติดฟิล์มอะไรดี? 7 เรื่องต้องเช็กก่อนเลือก First Class
6. รถใหม่ราคาแพง ไม่ได้แปลว่ากระจกจากโรงงานตอบโจทย์ทุกอย่างแล้ว
อีกความคิดที่พบได้บ่อยคือ รถราคาสูงหรือรถระดับพรีเมียมย่อมมีกระจกที่ดีมากจนไม่จำเป็นต้องสนใจฟิล์มเพิ่มเติม
ความจริงควรพิจารณาเป็นรายรุ่น
รถระดับสูงสามารถมีกระจกที่มีคุณสมบัติจากโรงงานหลายแบบ แต่ไม่ได้หมายความว่าความเข้ม ความเป็นส่วนตัว หรือประสิทธิภาพด้านความร้อนจะตรงกับความต้องการของเจ้าของรถทุกคน
ตัวอย่างเช่น เจ้าของรถสองคนซื้อรถรุ่นเดียวกัน แต่คนหนึ่งจอดในอาคารและขับกลางคืนมาก ขณะที่อีกคนจอดกลางแดดทุกวันและใช้รถช่วงกลางวันเป็นหลัก
แม้เป็นรถคันเดียวกัน ฟิล์มที่เหมาะอาจต่างกันได้
ดังนั้นคำถามที่เหมาะสำหรับรถราคาสูงไม่ใช่
รถแพงขนาดนี้ยังต้องติดฟิล์มไหม?
แต่ควรถามว่า
กระจกเดิมของรถคันนี้มีอะไรอยู่แล้ว และเราต้องการอะไรเพิ่มจากฟิล์ม?
นี่จะเป็นหลักเดียวกันที่เราจะใช้กับรถอย่าง Tesla หรือ EV ระดับพรีเมียมในบทความเฉพาะรุ่นต่อไป
7. ถ้าจะใช้รถหลายปี ควรคิดเรื่องคุณภาพตั้งแต่วันรับรถ
ฟิล์มเป็นอุปกรณ์ที่เจ้าของรถต้องมองผ่านและใช้งานแทบทุกครั้งที่ขับรถ การเลือกฟิล์มจึงต่างจากของตกแต่งบางประเภทที่สามารถเปลี่ยนภายหลังได้ง่าย
หากวางแผนใช้รถ 5 ปี 8 ปี หรือมากกว่านั้น การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีข้อมูลชัดเจนและบริการหลังการขายจึงมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น
ควรดูทั้ง
- เทคโนโลยีของฟิล์ม
- สเปกแต่ละรหัส
- คุณภาพการติดตั้ง
- ความเหมาะสมกับการขับจริง
- การรับประกันผลิตภัณฑ์
- ช่องทางติดต่อหลังการขาย
การเลือกตั้งแต่ก่อนรับรถยังช่วยลดโอกาสที่ต้องติดฟิล์มชุดหนึ่งไปก่อน แล้วพบว่าไม่เหมาะและต้องเสียเวลาลอกออกเพื่อเปลี่ยนใหม่ในภายหลัง
FIRST CLASS เหมาะกับรถใหม่อย่างไร?
สำหรับคนที่กำลังออกรถใหม่และต้องการฟิล์มระดับพรีเมียม FIRST CLASS มีจุดเด่นตรงที่สามารถเลือกหลายรหัสให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่งได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความเข้มเดียวทั้งคัน
FIRST CLASS ใช้ Nano Ceramic พร้อมสารพิเศษและชั้นสะท้อนความร้อน ซึ่งช่วยลดการอมความร้อน และมีสเปกแต่ละรหัสดังนี้
| รหัส | ความเข้ม | แสงส่องผ่าน | IR | TSER | UV |
|---|---|---|---|---|---|
| FC30 | 40% | 26% | 96% | 67% | 99% |
| FC20 | 60% | 19% | 96% | 69% | 99% |
| FC18 | 60% | 18% | 96% | 69% | 99% |
| FC15 | 70% | 13% | 97% | 71% | 99% |
| FC05 | 80% | 4% | 97% | 74% | 99% |
จากตารางจะเห็นว่า FIRST CLASS ไม่ได้มีค่าเดียวทั้งซีรีส์
ดังนั้นเวลาซื้อรถใหม่ ไม่ควรถามเพียงว่า FIRST CLASS ดีไหม? แต่ควรถามต่อว่า รถของเราควรใช้ FIRST CLASS รหัสไหนในแต่ละตำแหน่ง?

ตัวอย่างแนวทางจัด First Class สำหรับรถใหม่
แนวทางต่อไปนี้ไม่ใช่สูตรตายตัว แต่ช่วยให้เห็นวิธีคิดก่อนเข้าไปเลือกรหัสจริงกับผู้ติดตั้ง
| การใช้งาน | บานหน้า | รอบคัน | สิ่งที่ต้องเช็กเพิ่ม |
|---|---|---|---|
| ขับกลางคืนบ่อย | เน้นแสงผ่านและทัศนวิสัย | เพิ่ม Privacy ได้ตามต้องการ | ทดลองมองในพื้นที่แสงน้อย |
| ใช้กลางวันและจอดกลางแดด | สมดุลแสงกับความร้อน | เพิ่มความเข้มได้ | ดู IR และ TSER ของรหัสจริง |
| รถมี Privacy Glass | เลือกตามพฤติกรรมการขับ | ไม่เลือกเข้มเพิ่มโดยอัตโนมัติ | ตรวจความเข้มกระจกเดิม |
| รถ EV / Panoramic Roof | ทัศนวิสัย + ความร้อน | จัดตามกระจกแต่ละตำแหน่ง | ตรวจหลังคากระจกแยกต่างหาก |
ออกรถใหม่ แล้ว First Class คุ้มไหม?
ความคุ้มของ FIRST CLASS ควรดูจากวิธีใช้รถ ไม่ใช่เพียงราคาของรถหรือราคาของฟิล์ม
FIRST CLASS จะมีเหตุผลมากขึ้นสำหรับคนที่
- ใช้รถทุกวัน
- ขับกลางวันเป็นประจำ
- จอดรถกลางแจ้ง
- ขับทางไกล
- ต้องการฟิล์มระดับพรีเมียม
- ต้องการทั้งความร้อนและความคมชัด
- ใช้รถ EV หรือรถที่มีกระจกพื้นที่มาก
- วางแผนถือรถหลายปี
แต่ถ้าใช้รถน้อย จอดในร่มเกือบตลอด และไม่ได้ต้องการคุณสมบัติระดับสูง การเปรียบเทียบกับฟิล์มรุ่นอื่นก็เป็นสิ่งที่ควรทำ
FIRST CLASS ไม่ควรถูกเลือกเพียงเพราะเป็นรุ่นสูงกว่า แต่ควรถูกเลือกเมื่อคุณสมบัติของมันตรงกับการใช้รถจริง
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฟิล์ม First Class เหมาะกับใคร? เช็กก่อนเลือกว่าคุ้มกับการใช้รถของคุณไหม
Checklist ก่อนวันรับรถใหม่
ก่อนเซ็นรับรถหรือก่อนให้ศูนย์ติดฟิล์ม ลองใช้ Checklist นี้
- รู้รุ่นฟิล์มแถมจากศูนย์แล้วหรือยัง?
- รู้สเปก IR และ TSER ของรหัสจริงหรือยัง?
- เช็ก Privacy Glass ของรถหรือยัง?
- ดู Panoramic Roof หรือหลังคากระจกแล้วหรือยัง?
- ตัดสินใจแล้วหรือยังว่าบานหน้ากับรอบคันต้องเหมือนกันหรือไม่?
- คิดถึงการขับกลางคืนแล้วหรือยัง?
- ถ้าเป็น EV เช็ก GPS และ Easy Pass แล้วหรือยัง?
- ทราบการรับประกันของฟิล์มแล้วหรือยัง?
- ดูตัวอย่างฟิล์มจริงก่อนติดหรือยัง?
- แน่ใจแล้วหรือยังว่าสเปกที่เลือกตรงกับวิธีใช้รถจริง?
หากยังตอบไม่ได้บางข้อ ไม่จำเป็นต้องรีบติดฟิล์มในวันที่รถมาถึงทันที การใช้เวลาเลือกให้เหมาะตั้งแต่ต้นอาจง่ายกว่าการติดไปแล้วต้องเปลี่ยนภายหลัง
FAQ: ออกรถใหม่ควรติดฟิล์มอะไรดี?
ออกรถใหม่ควรติดฟิล์มอะไรดี?
ควรเลือกจากสเปกกระจก รูปแบบการใช้รถ ความร้อน ทัศนวิสัย ความเป็นส่วนตัว และเทคโนโลยีของฟิล์ม ไม่ควรเลือกจากความเข้มเพียงอย่างเดียว
รถใหม่ต้องติดฟิล์มทันทีไหม?
ไม่จำเป็นต้องรีบติดก่อนทราบสเปก หากยังไม่แน่ใจสามารถขอข้อมูลฟิล์มและกระจกเดิมก่อนตัดสินใจ เพื่อป้องกันการเลือกความเข้มที่ไม่เหมาะกับการใช้งาน
ฟิล์มแถมศูนย์ควรรับไหม?
สามารถรับได้หากรุ่นและสเปกตอบโจทย์ ควรสอบถามยี่ห้อ รุ่น IR, TSER, ความเข้ม และการรับประกันก่อนติดตั้ง
รถใหม่ควรติดฟิล์มเข้มเท่ากันทั้งคันไหม?
ไม่จำเป็น บานหน้าสามารถเน้นทัศนวิสัย ขณะที่บานข้างหรือด้านหลังสามารถเพิ่มความเข้มเพื่อ Privacy ได้ตามการใช้งาน
รถแพงยังต้องติดฟิล์มไหม?
ขึ้นอยู่กับสเปกกระจกเดิมและความต้องการของเจ้าของรถ รถราคาสูงไม่ได้หมายความว่าคุณสมบัติกระจกจะตรงกับผู้ใช้ทุกคน
รถใหม่มี Privacy Glass ต้องติดฟิล์มเพิ่มไหม?
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคัน ควรตรวจสเปกกระจกก่อน หากต้องการประสิทธิภาพด้านความร้อนหรือคุณสมบัติอื่นเพิ่มขึ้นจึงค่อยพิจารณาฟิล์ม
รถ EV ใหม่ควรเลือกฟิล์มต่างจากรถทั่วไปไหม?
หลักการพื้นฐานเหมือนกัน แต่รถ EV หลายรุ่นมีพื้นที่กระจกมาก Panoramic Roof หรือ Privacy Glass จึงควรตรวจแต่ละตำแหน่งละเอียดขึ้น
FIRST CLASS เหมาะกับรถใหม่ไหม?
FIRST CLASS เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการฟิล์มระดับพรีเมียม มีหลายความเข้มให้จัดชุดตามตำแหน่ง พร้อมเทคโนโลยี Nano Ceramic และชั้นสะท้อนความร้อน
FIRST CLASS กันร้อนได้เท่าไร?
มี IR สูงสุด 97% และ TSER สูงสุด 74% โดยค่าจริงแตกต่างตามรหัส ไม่ควรใช้ค่าสูงสุดแทนทุกความเข้ม
FIRST CLASS รับประกันกี่ปี?
FIRST CLASS ระบุรับประกันคุณภาพ 8 ปีตามเงื่อนไขผลิตภัณฑ์
สรุป ออกรถใหม่ควรติดฟิล์มอะไรดี?
การเลือกรถใหม่ไม่ควรจบแค่เลือกสีรถ รุ่นรถ แล้วรับฟิล์มที่แถมมาโดยไม่ดูรายละเอียด เพราะฟิล์มเป็นสิ่งที่เจ้าของรถต้องใช้และมองผ่านทุกวันเป็นเวลาหลายปี
ก่อนวันรับรถควรเช็กก่อนว่ากระจกเดิมเป็นแบบไหน มี Privacy Glass หรือ Panoramic Roof หรือไม่ และฟิล์มที่ศูนย์เสนอให้เป็นรุ่นอะไร มี IR, TSER และค่าการส่องผ่านเท่าไร
อย่าตั้งต้นจากการเลือกฟิล์มเข้มที่สุดเพื่อหวังว่าจะกันร้อนได้ดีที่สุด เพราะความเข้มกับประสิทธิภาพด้านความร้อนเป็นคนละเรื่อง และกระจกบานหน้าควรให้ความสำคัญกับทัศนวิสัย โดยเฉพาะคนที่ขับกลางคืน
สำหรับรถ EV หรือรถยุคใหม่ที่มีกระจกพื้นที่มาก ควรพิจารณาบานหน้า รอบคัน Privacy Glass และหลังคากระจกแยกจากกัน ไม่จำเป็นต้องใช้ฟิล์มรหัสเดียวทั้งรถ
หากต้องการฟิล์มระดับพรีเมียม Super Hi-Kool FIRST CLASS เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้ ด้วย Nano Ceramic พร้อมสารพิเศษและชั้นสะท้อนความร้อน IR สูงสุด 97%, TSER สูงสุด 74%, UV 99%, รองรับ GPS และ Easy Pass ตามเงื่อนไขผลิตภัณฑ์ และรับประกันคุณภาพ 8 ปีตามเงื่อนไข
แต่สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การเลือกรหัสที่แพงที่สุด เข้มที่สุด หรือมีตัวเลขสูงที่สุด แต่คือการ จัดชุด FIRST CLASS ให้เหมาะกับรถคันใหม่และชีวิตการใช้รถของเจ้าของรถตั้งแต่วันแรก
เมื่อเลือกได้ถูกตั้งแต่ก่อนรับรถ ก็ช่วยลดโอกาสที่ภายหลังจะต้องลอกฟิล์มชุดใหม่ออกเพียงเพราะ มืดเกินไป, ไม่ตรงกับการใช้รถ หรือ เพิ่งมารู้ว่าสเปกฟิล์มแถมไม่ตรงกับสิ่งที่ต้องการ