16 จำนวนผู้เข้าชม |
เวลาจะเลือกฟิล์มกรองแสงรถยนต์ หลายคนมักเห็นตัวเลขบนโบรชัวร์ เช่น IR 97%, TSER 74% หรือ UV 99% แล้วสงสัยว่าตัวเลขเหล่านี้หมายถึงอะไร และควรดูตัวไหนเป็นหลักในการเลือกฟิล์ม
หนึ่งในค่าที่สำคัญมากสำหรับการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการลดพลังงานจากแสงอาทิตย์คือ TSER หรือ Total Solar Energy Rejected ซึ่งเป็นค่าที่ใช้บอกความสามารถของฟิล์มในการปฏิเสธพลังงานจากแสงอาทิตย์โดยรวม
แต่ TSER ไม่ใช่ตัวเลขเดียวที่ควรดู เพราะ IR และ TSER วัดคนละสิ่ง การเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองค่าจะช่วยให้เลือกฟิล์มได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น และไม่ต้องตัดสินใจจากตัวเลขโฆษณาเพียงตัวเดียว
บทความนี้จะอธิบายว่า TSER คืออะไร ต่างจาก IR อย่างไร ควรดูตัวเลขเท่าไร ฟิล์มเข้มกับฟิล์มใสมีผลอย่างไร และถ้าต้องการฟิล์มระดับพรีเมียมอย่าง Super Hi-Kool FIRST CLASS ควรพิจารณาอะไรเพิ่มเติม

TSER ย่อมาจาก Total Solar Energy Rejected หรือค่าการปฏิเสธพลังงานแสงอาทิตย์รวม เป็นค่าที่ใช้แสดงประสิทธิภาพของฟิล์มในการลดพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่ผ่านเข้าสู่กระจก
พูดให้เข้าใจง่ายที่สุดคือ หากฟิล์มมีค่า TSER สูง ก็หมายความว่าฟิล์มสามารถปฏิเสธพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้มากขึ้นโดยรวม ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ควรนำมาใช้ประกอบการเลือกฟิล์มกรองแสง
อย่างไรก็ตาม การดูค่า TSER ควรพิจารณาควบคู่กับค่าอื่น เช่น IR, UV และ VLT รวมถึงวิธีการทดสอบและมาตรฐานที่ใช้ในการระบุค่าดังกล่าว เพราะตัวเลขจากคนละวิธีการทดสอบอาจไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันตรง ๆ ได้เสมอไป
เมื่อรถจอดอยู่กลางแดด กระจกเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญที่พลังงานจากแสงอาทิตย์สามารถเข้าสู่ห้องโดยสารได้ ฟิล์มกรองแสงจึงมีหน้าที่ช่วยลดพลังงานที่ผ่านเข้ามา เพื่อให้ภายในรถรู้สึกร้อนน้อยลง
ค่า TSER จึงมีประโยชน์ในการช่วยประเมินภาพรวมของประสิทธิภาพฟิล์ม เพราะไม่ได้มองเฉพาะรังสีอินฟราเรดเพียงช่วงเดียว แต่พิจารณาพลังงานจากแสงอาทิตย์ในภาพรวม
ดังนั้น หากกำลังเปรียบเทียบฟิล์มหลายรุ่น การเห็นเพียงคำว่า "IR สูง" อาจยังไม่เพียงพอ ควรเปิดดูข้อมูล TSER และสเปคอื่น ๆ ของฟิล์มร่วมด้วย
นี่เป็นคำถามที่คนเลือกฟิล์มกรองแสงถามกันบ่อยมาก เพราะบนโบรชัวร์ของฟิล์มหลายรุ่นจะมีตัวเลข IR และ TSER อยู่ด้วยกัน
IR หรือ Infrared Rejection เป็นค่าที่ใช้แสดงความสามารถของฟิล์มในการลดรังสีอินฟราเรด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพลังงานจากแสงอาทิตย์ ขณะที่ TSER เป็นค่าที่สะท้อนการปฏิเสธพลังงานแสงอาทิตย์โดยรวม
| หัวข้อ | IR | TSER |
|---|---|---|
| ชื่อเต็ม | Infrared Rejection | Total Solar Energy Rejected |
| วัดอะไร | การลดรังสีอินฟราเรด | การปฏิเสธพลังงานจากแสงอาทิตย์โดยรวม |
| ใช้ประกอบการเลือกฟิล์ม | ควรดู | ควรดู |
| ใช้ดูเพียงค่าเดียวได้หรือไม่ | ไม่ควร | ไม่ควร |
| บอกภาพรวมการลดพลังงานจากแสงอาทิตย์ | ไม่ทั้งหมด | ใช่ |
สรุปง่าย ๆ คือ IR เป็นหนึ่งในข้อมูลที่ควรดู ส่วน TSER เป็นข้อมูลที่ช่วยมองภาพรวมของการปฏิเสธพลังงานแสงอาทิตย์ จึงควรดูทั้งสองค่าร่วมกันแทนการเลือกจากตัวเลขเพียงตัวเดียว
โดยหลักการ หากเปรียบเทียบฟิล์มที่ใช้วิธีการทดสอบและมาตรฐานเดียวกัน ค่า TSER ที่สูงกว่าหมายถึงความสามารถในการปฏิเสธพลังงานแสงอาทิตย์รวมที่สูงกว่า
แต่การจะบอกว่าฟิล์มรุ่นหนึ่ง "ดีกว่า" อีกรุ่นหนึ่งจากค่า TSER เพียงอย่างเดียวอาจไม่ถูกต้อง เพราะการเลือกฟิล์มยังต้องพิจารณาความใส ความเข้ม ความคมชัด ค่า IR การป้องกัน UV รวมถึงความเหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน
ตัวอย่างเช่น ผู้ขับรถกลางคืนเป็นประจำอาจให้ความสำคัญกับความคมชัดและทัศนวิสัยมากกว่าการเลือกฟิล์มที่เข้มที่สุด ขณะที่ผู้ที่จอดรถกลางแจ้งเป็นเวลานานอาจให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการลดพลังงานความร้อนมากเป็นพิเศษ
ตัวเลข TSER สามารถใช้ช่วยเปรียบเทียบประสิทธิภาพของฟิล์มได้ หากเป็นข้อมูลที่ได้จากมาตรฐานและเงื่อนไขการทดสอบเดียวกัน
| ค่า TSER | ความหมายโดยทั่วไป | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|
| ประมาณ 50% | ปฏิเสธพลังงานแสงอาทิตย์รวมในระดับหนึ่ง | ผู้ที่ต้องการฟิล์มระดับมาตรฐาน |
| ประมาณ 60% | ประสิทธิภาพการลดพลังงานรวมสูงขึ้น | ผู้ที่ต้องการความสบายจากความร้อนมากขึ้น |
| ประมาณ 70% ขึ้นไป | อยู่ในกลุ่มที่มีประสิทธิภาพสูง | ผู้ที่เน้นประสิทธิภาพการกันความร้อน |
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขในตารางเป็นเพียงแนวทางในการทำความเข้าใจ ไม่ควรนำค่าจากคนละมาตรฐานหรือคนละเงื่อนไขการทดสอบมาเทียบกันโดยตรง เพราะวิธีการทดสอบมีผลต่อค่าที่รายงาน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาฟิล์มระดับพรีเมียม Super Hi-Kool FIRST CLASS ระบุค่า TSER สูงสุดที่ 74% และค่า IR สูงสุดที่ 97% พร้อมการป้องกันรังสี UV สูงสุด 99% โดยข้อมูลของผลิตภัณฑ์ระบุว่ามีการเพิ่มชั้นสะท้อนความร้อนเพื่อลดการอมความร้อนของฟิล์ม
นอกจากตัวเลขด้านประสิทธิภาพแล้ว First Class ยังผ่านการรับรองมาตรฐาน BS EN 410 และ ASTM ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยให้การอ่านค่าประสิทธิภาพมีบริบทด้านมาตรฐานการทดสอบประกอบด้วย
หากต้องการอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับฟิล์มรุ่นนี้ สามารถอ่านต่อได้ที่ ฟิล์ม First Class ดีไหม?
นี่เป็นอีกเรื่องที่ควรรู้ก่อนเลือกฟิล์ม เพราะค่า IR และ TSER ไม่ได้วัดสิ่งเดียวกัน
ฟิล์มบางรุ่นสามารถมีค่า IR สูงมากในช่วงคลื่นที่ใช้ทดสอบ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีค่า TSER สูงที่สุดเสมอไป เพราะ TSER พิจารณาพลังงานจากแสงอาทิตย์ในภาพรวม
ดังนั้น หากเห็นฟิล์มที่โฆษณาว่า IR 99% ไม่ควรสรุปทันทีว่าฟิล์มรุ่นนั้นกันความร้อนได้ดีที่สุด ควรเปิดดูค่า TSER และข้อมูลการทดสอบอื่น ๆ ประกอบด้วย
คำตอบคือ ไม่ควร
การเลือกฟิล์มกรองแสงที่ดีควรมองหลายองค์ประกอบร่วมกัน เพราะรถแต่ละคันและผู้ใช้งานแต่ละคนมีความต้องการแตกต่างกัน
มีผลได้ แต่ไม่ควรเข้าใจว่า "ฟิล์มยิ่งเข้ม = กันความร้อนได้ดีกว่าเสมอ" เพราะประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับวัสดุและเทคโนโลยีของฟิล์มด้วย
ฟิล์มความเข้ม 40% ที่มีเทคโนโลยีการลดความร้อนที่ดี อาจให้ประสิทธิภาพโดยรวมดีกว่าฟิล์มราคาถูกที่มีความเข้มมากกว่าแต่ใช้วัสดุที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่า
ดังนั้น การเลือกฟิล์มควรแยกคำว่า "ความเข้ม" ออกจากคำว่า "ประสิทธิภาพการกันความร้อน" ทั้งสองเรื่องเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ได้เป็นเรื่องเดียวกัน
หากต้องการเปรียบเทียบความเข้ม 40%, 60% และ 80% สามารถอ่านบทความ ฟิล์มกรองแสง 40% 60% และ 80% ต่างกันอย่างไร?
ฟิล์มเซรามิคเป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่สามารถออกแบบให้มีประสิทธิภาพในการลดความร้อนได้สูง โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มความเข้มของฟิล์มจนมืดมาก
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ฟิล์มเซรามิคได้รับความนิยมในรถยนต์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่ผู้ใช้ต้องการทั้งความเย็น ความคมชัด และการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในรถโดยไม่มีปัญหาการรบกวนสัญญาณ
หากต้องการทำความเข้าใจเทคโนโลยีเพิ่มเติม สามารถอ่าน ฟิล์มเซรามิค คืออะไร? ข้อดี ข้อเสีย และวิธีเลือกฟิล์มให้เหมาะกับรถ
หากต้องเลือกฟิล์มใหม่ อย่าดูเพียงคำว่า "กันความร้อนสูง" หรือ "IR สูง" แต่ควรขอดูตารางสเปคของผลิตภัณฑ์ และพิจารณาค่าต่าง ๆ ร่วมกัน
TSER คือค่าการปฏิเสธพลังงานจากแสงอาทิตย์โดยรวม เป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบประสิทธิภาพของฟิล์มกรองแสงได้ แต่ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์เพียงตัวเดียว
การเลือกฟิล์มที่เหมาะสมควรพิจารณา TSER ร่วมกับ IR, UV, VLT, ความคมชัด เทคโนโลยีของฟิล์ม และการรับประกัน โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบฟิล์มหลายแบรนด์ ควรตรวจสอบว่าค่าที่นำมาเทียบกันใช้มาตรฐานและวิธีการทดสอบเดียวกันหรือไม่
สำหรับผู้ที่ต้องการฟิล์มระดับพรีเมียม Super Hi-Kool FIRST CLASS เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุค่า TSER สูงสุด 74%, IR สูงสุด 97% และ UV สูงสุด 99% พร้อมชั้นสะท้อนความร้อนที่ช่วยลดการอมความร้อนของฟิล์ม
สุดท้ายแล้ว ฟิล์มที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นฟิล์มที่ตัวเลขสูงที่สุดทุกค่า แต่ควรเป็นฟิล์มที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับรถ ลักษณะการใช้งาน และความต้องการของผู้ขับขี่มากที่สุด
